ไกรสิทธิ์'s profile♫♪B_BombermaN♪♫PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    24 May

    เราคงยังเด็กอยู่จริง ๆ

    เคยสักครั้งไหมที่คุณรู้สึกอ่อนแอ ท้อแท้ จนอยากย้อนเวลากลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง กลับไปเพื่อหาความสนุก กลับไปเพื่อหาความสบาย และกลับไปเพื่อใช้เวลาให้ผ่านไปวัน ๆ ลืมฝันร้ายที่กำลังเผชิญอยู่ ลืมความรู้สึกแย่ ๆ ที่คุณมักเฝ้าถามตัวเองเสมอยามที่ก้าวพลาดว่า...

    ทำไมนะบางครั้งทำดีแทบตายกลับไม่มีใครเห็น แต่เมื่อใดที่พลาดแม้จะเป็นเพียงความผิดเล็ก ๆ โอ้โห! ทำไมบทเรียนมันช่างโหดร้ายขนาดนี้ ไม่เอาแล้ว ไม่อยากทำอะไรอีกแล้ว นี่มันเกิดอะไรขึ้น Forward Mail วันนี้จะพาคุณไปค้นหาคำตอบกับสิ่งที่กำลังเผชิญอยู่

    มันคือ... ความอ่อนแอ
    วันแต่ละวันที่เวียนเปลี่ยนไป
    มันไม่ได้ทำให้เรารู้สึกโตขึ้นเลย
    ตรงกันข้าม ทำไมเราถึงรู้สึกว่า...

    ตัวเราเองอยู่กับที่ ดีไม่ดี
    นิสัยบางอย่างในตอนเด็กมันยังกลับมาอีกด้วย
    รู้สึกเลยว่าตัวเอง บางครั้งทำตัวเด็กมาก ๆ

    ทั้ง ๆ ที่ความจริงมันสมควรจะโตขึ้น
    ความคิดน่าจะเป็นผู้ใหญ่ซักที
    หรือเป็นเพราะว่า...

    เราอ่อนแอเกินไป อ่อนไหวกับสิ่งรอบข้างมากเกินไป
    ปล่อยให้มันเข้ามามีอิทธิพลกับตัวเรา
    จนบางทีเราก็รู้สึก ไม่เป็นตัวของตัวเอง เท่าที่ควร

    เพราะปล่อยให้สิ่งรอบข้างและคนรอบข้างมาทำให้เราทำอย่างนั้นอย่างนี้
    ที่จริงเราไม่ต้องทำก็ได้
    แต่เมื่อถึงเวลานั้น

    ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ทำไมเราต้องทำ ต้องยอม
    เราแพ้เหรอ แพ้ให้กับอะไรล่ะ
    เราคงแพ้ให้กับทุก ๆ อย่างที่อยู่รอบตัวเรา

    สำหรับ สิ่งรอบข้าง เราคงไม่สามารถไปแก้ไขอะไรได้
    มันจะเป็นยังไงก็ต้องปล่อยมันไป
    ซึ่งหมายถึงว่าเราแคร์มันน้อยลงได้

    แต่คนรอบข้าง
    จะให้เราไม่แคร์ ไม่สนใจ เราคงทำไม่ได้
    เพราะเราให้ความสำคัญกับคนรอบข้างมากเกินไป

    นั่นมันคงทำให้ความเป็นเด็กมันเรียกร้องจะกลับเข้ามาในตัวของเรา
    มันคงคิดว่า ถ้าโตแล้ว แต่ยังไม่สามารถทำตัวเองให้มีความสุขได้
    เราซึ่งคือความเป็นเด็กในตัวเธอ จะทำหน้าที่นั้นเอง

    เลยกลายเป็นว่า บางเวลาที่เราอ่อนแอ
    ความเป็นเด็กในตัวเรามันเลยถือโอกาสแสดงตัว
    ซึ่งช่วงเวลานั้นมันก็ทำให้เรามีความสุขได้จริง ๆ แหละ

    กับการเป็นเด็ก ไม่ต้องคิดอะไรมาก
    อยากทำอะไรก็ทำ
    ทำตัวเหมือนไม่ต้องกังวลกับอะไร

    แต่เราก็คงเป็นเด็กไปตลอดไม่ได้
    เพราะเมื่อถึงเวลา มันก็จะหายไป
    และช่วงเวลาหลังจากนี้ นี่แหละ ที่เป็นความจริงที่เราต้องเจอ

    ความจริงที่เราโตแล้วนะ
    กลับมาจากโลกของความเป็นเด็กได้แล้ว
    ถ้าอยากกลับไปอีกก็ได้นะ

    แต่อย่าไปนาน อย่าหลงละเลิงกับมันมากนัก
    เพราะเมื่อซักวันที่เรากลับมา เราอาจจะรับกับโลกของความจริงไม่ได้
    เราคงยังเด็กอยู่จริงๆ

    บอกรักอย่างไรให้ดูดี

    เป็นผู้หญิงจะบอกรักผู้ชายก่อนได้ไหมนะ คำถามนี้เรียกได้ว่าเป็นคำถามยอดฮิตเลยล่ะค่ะ และสาว ๆ ส่วนใหญ่ก็ลงความเห็นว่า ได้สิ ไม่เห็นจะเป็นไรเลย แต่ต้องดูความเหมาะสมด้วยนะ การบอกรักผู้ชายก่อนจึงจะไม่น่าเกลียด แถมยังดูน่ารักซะอีกด้วย แล้วอะไรคือความเหมาะสมล่ะ ต้องรอนานแค่ไหน เมื่อไหร่ ทีไหน แล้วถ้าบอกไปแล้ว ไม่มีเสียงตอบรับกลับมาล่ะ จะทำอย่างไรดี...

    ก่อนอื่นต้องเข้าใจค่ะว่า ความรักเป็นเกมแห่งการรอคอย แต่ถ้าจะให้เหมาะต้องดูอย่างนี้ค่ะ ถ้าบอกรักหลังจากเจอกันหรือคบกับ 2 สัปดาห์ นั่นจะดูเหมือนว่าเป็นการลุ่มหลง คลั่งไคล้เกินกว่าจะเป็นรักจริงค่ะ เอาเป็นว่าสัก 3 เดือน พอรับได้ แต่ถ้า 6 เดือน ถือว่าเลยช่วงคลั่งไคล้ไปแล้ว และน่าจะหมายความว่าเป็นอย่างนั้นจริงๆ แต่ถ้าบอกว่า 1 ปีสงสัยจะนานไปหน่อยสำหรับสาวๆ สมัยนี้นะคะ

    มาดูเรื่องเวลากันบ้าง เวลาแบบไหนที่ไม่เหมาะ ก็คือ อย่าบอกรักครั้งแรกก่อน ระหว่าง หรือหลังการมีเซ็กซ์ แม้ว่ามันจะดูเหมือนเป็นโอกาสทองก็ตาม เพราะจริงๆ แล้ว ไม่มีใครตั้งใจจะพูดอย่างนั้นจริงๆ ทั้งๆ ที่ยังเต็มไปด้วยอารมณ์ใคร่

    ควรเตรียมความพร้อมก่อน เพราะอย่างที่รู้กันอยู่ คำแค่ 3 คำ แต่มันเอ่ยยาก ลองอุ่นเครื่องด้วยคำพูดที่ว่า ฉันชอบอยู่กับคุณ ฉันชอบให้คุณกอดฉัน เพื่อคุณฉันทำได้ทุกอย่าง แบบนี้เป็นต้น แต่ไอ้ประโยคจำพวก คุณก็น่ารักดีนะ แต่... หรือ ฉันชอบคุณนะ แต่... แบบนี้น่ะ เลี่ยงไปเลย

    ใครพูดก่อนดีล่ะ เขาว่ากันว่าเกมรักนั้น ด่านที่ยากที่สุดก็ด่านนี้หละ ใครจะยอมพูด 3 คำนี้ก่อน แต่เชื่อเถอะว่า การรักใครสักคนไม่มีอะไรน่าอาย ไม่ควรเอาความรักมาเล่นเป็นเกม เชื่ออารมณ์และเคารพความรู้สึกของตนเองจะดีที่สุด

    ถ้าบอกเขาไปแล้วเขาเงียบล่ะ ก็แน่หละ ในเมื่อบอกไปแล้ว เราก็ย่อมคาดหวังว่าจะบอกรักตอบเช่นกัน แต่ถ้าเขาเงียบอย่างเดียวเท่านั้น ทางที่ดีให้หาที่กำบังให้ไกลที่สุดเลย คิดเสียว่า เขาไม่ได้รักเรา และก็ดีที่เราได้รู้เสียที แต่ถ้าเขารัก เขาจะกลับไปคิดดูและกล้าเปิดเผยความรู้สึกตอบมา
    21 May

    "เพื่อน"

    การจะอยู่รวมกันในสังคมนั้น ต้องใช้เหตุและผล เป็นสำคัญ
    ... การเป็นคนที่มีเหตุผล ทำให้เรารู้จักและยอมรับในกฎเกณฑ์ของสังคม ...
    ... และอยู่ร่วมกันในสังคมได้ ...

    ... แต่ระหว่าง "เพื่อน" ...

    ... ถ้าใช้แค่เพียง "เหตุผล" อาจจะไม่พอ ...
    ... เพราะแต่ละคนก็มีเหตุผลของตัวเองด้วยกันทั้งนั้น ...

    ...และเมื่อต่างยึดมั่น ถือมั่น ...
    ... ในเหตุผลของตนเอง ...
    ... ทัศนคติก็จะไม่ตรงกัน ...

    ... ทำให้เพื่อนลืมไปว่า...
    ... เราเป็นอะไรที่มากกว่า แค่ "คนรู้จัก" กัน...
    ... สิ่งที่สำคัญกว่าเหตุผลคือ "ความเข้าใจ”...

    ... แม้ทัศนคติจะไม่ตรงกัน แต่เพื่อนก็อยู่ด้วยกันได้ ...
    ... แค่ทำความเข้าใจในตัวตนของกันและกัน ...

    ... และสิ่งนี้แหละ ทำให้เกิดคำว่า "เพื่อน" ทำให้เราเป็นมากกว่า ...
    ... แค่ "คนรู้จัก" กัน...

    "เพื่อน"

    "เพื่อน"

    "เพื่อน"

    19 May

    ข้อคิดง่าย ๆ ที่ถูกมองข้าม

    "อย่าขับรถเร็วเกินกว่าที่เทวดาประจำตัวของคุณ บินทันเป็นอันขาด"

    "จงวางแผนล่วงหน้า : ฝนยังไม่ตกหรอกนะตอนโนอาห์สร้างเรือน่ะ"

    "การแก้แค้นไม่ทำให้เรารู้สึกดีขึ้น
    เหมือนกับดื่มน้ำทะเลเวลาหิวน้ำนั่นแหล่ะ"

    "ความหมายของความสุขขึ้นอยู่กับสิ่งที่คุณอยากให้มันเป็น"

    "อย่ากลัวความฝันของคุณ : มันง่ายกว่าที่คิด"

    "นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า ทุก ๆ 4 คน จะมีคนหนึ่งที่สติเพี้ยนๆ
    ลองเช็คเพื่อนคุณอีก 3 คนสิ ถ้าทุกคนปกติดี ก็คุณนั่นแหล่ะ"

    "แบ่งปันรอยยิ้มของคุณให้กับทุกคน แต่ให้เก็บจุมพิตให้กับคน ๆ เดียว"

    "บางครั้งวิธีช่วยที่ดีที่สุดที่คุณทำได้ก็คือ ผลักเขาแรง ๆ
    (หมายถึงผลักดันให้เขาทำสิ่งที่ลังเลอยู่น่ะ)"

    "น้ำตาจะให้คุณก็แค่ความเห็นอกเห็นใจ
    แต่เหงื่อจะทำให้คุณประสบความสำเร็จ"

    "สิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตนี้ไม่ใช่วัตถุ"

    "มอบสองสิ่งให้กับลูกของคุณ อย่างหนึ่งคือรากฐานที่มั่นคง
    อีกอย่างก็คือปีกที่จะบินออกไปเอง"

    "การออกกำลังกายที่ดีที่สุดสำหรับจิตใจก็คือการก้มลงแล้วช่วยคนอื่นให้ลุกขึ้น"

    "คนๆ หนึ่งอาจทำอะไรผิดพลาดได้หลายอย่าง
    แต่มันจะกลายเป็นความพ่ายแพ้ไปจริง ๆ
    เมื่อเขาเริ่มโยนความผิดไปให้คนอื่น"

    "เพื่อนแท้คือคนที่เชื่อว่าคุณเป็นฟองไข่ที่สมบูรณ์ แม้ว่าจริง ๆ
    แล้วคุณจะมีรอยร้าวไปแล้วครึ่งหนึ่ง"

    "นี่คือวิธีที่จะรู้ว่าหน้าที่ของคุณบนโลกใบนี้จบสิ้นแล้วหรือยัง
    ถ้าคุณยังมีชีวิตอยู่ มันก็ยังไม่จบ"

    "ชีวิตเรียนรู้ได้จากการย้อนระลึกถึง แต่ชีวิตต้องก้าวไปข้างหน้า"

    "การใช้ชีวิตอยู่บนโลกนั้นต้องเสียค่าใช้จ่ายแพงมาก
    แต่เราก็ได้เดินทางรอบดวงอาทิตย์ฟรี ๆ เป็นของแถม"

    "ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่มนุษย์เราจะร่ำรวย
    ความผิดพลาดเกิดขึ้นเมื่อความร่ำรวยเริ่มครอบครองมนุษย์"

    "เรารู้สึกดีที่มีความสำคัญ แต่ที่สำคัญยิ่งกว่าก็คือเป็นคนดี"

    "มีแต่ปลาตายที่ลอยตามน้ำ"

    "คุณค่าของคนๆ หนึ่ง บอกได้จากวิธีที่เขาปฏิบัติต่อคนที่เขาไม่ต้องการ"

    "เงยหน้าขึ้นรับแสงตะวัน แล้วคุณจะไม่มีวันพบกับเงามืด"

    "คนอ่อนแอเท่านั้นที่ให้อภัยใครไม่เป็น
    การให้อภัยเป็นคุณสมบัติของผู้เข้มแข็ง"

    "คำว่า listen (ฟัง) นั้นใช้ตัวอักษรชุดเดียวกับคำว่า silent (เงียบ)"

    "ไม่มีผู้โดยสารบนยานอวกาศที่ชื่อว่า "โลก"
    พวกเราทุกคนล้วนแต่เป็นลูกเรือทั้งสิ้น"

    "ในโลกนี้ไม่มีคนแปลกหน้าสำหรับเรา
    มีแต่เพื่อนที่เรายังไม่ได้พบเท่านั้น"

    "เด็ก ๆ ต้องการความรักมากที่สุด เมื่อพวกเขาทำตัวไม่น่ารัก"

    ♂คนรักชั่วคราว♀

    ถึงแม้ว่าฉัน... เป็นได้เพียงแค่
    "คนรักชั่วคราว" ของเธอ
    แค่สิ่งที่เล็ก-เล็ก ไร้ค่า
    แต่ฉันก็มีความสุข

    ความสุขเล็ก-เล็ก
    จากการพูดคุย... และสัมผัสจากเธอ
    แค่ได้เห็นหน้าเธอ...
    หัวใจฉันก็เต้นไม่เป็นจังหวะแล้ว

    ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงเธอทางโทรศัพท์
    ความมืด...
    ความเหงา...
    ความหวาดกลัวทั้งหลาย...
    กลับทำอะไรฉันไม่ได้เลย

    ความเป็นฉัน... ในสายตาเธอ
    อาจเป็นเพียงสิ่งที่ไร้ค่า
    แต่ความเป็นเธอ... ในสายตาของฉัน
    คือสิ่งที่มีความหมายที่สุดในชีวิตของฉัน...